ผมค่อนข้างแปลกใจมากทีเดียวนะครับที่แฟนๆบาร์ซ่าหรือแฟนบอลในประเทศไทยไม่ค่อยกล่าวถึงเขาคนนี้เลยทั้งที่จะว่า
ทั่วโลก(หมายถึงต่างประเทศ)นั้นยกย่องให้เขาเป็นต้นตำหรับของมิดฟลเพลย์เมกเกอร์ โดยแท้และต่างก็ยกย่องให้เขาคือเพลย์เมกเกอร์ทีดีที่สุดในยุค 90 ซึ่งหลายคนต่างบอกว่าเขานั้นดีกว่าซิเนอดีน ซีดานเสียอีก
ไม่ใช่ใครที่ไหนเลยครับMichael Laudrup เจ้าของเสื้อเบอร์ 9 ของบาร์ซ่าที่อาจจะเรียกได้ว่าดีที่สุดตั้งแต่มีมานั่นเอง และนักเตะที่ดีทีสุดตลอดกาลของเดนมาร์กอีกด้วย
อันที่จริงตัวผมนั้นแม้ในวัยเด็กจะมีโอกาสได้ดูฟุตบอลบ้าง แต่ก็เป็นมิลานมากกว่าบาร์เซโลน่าเป็นหลัก(ผมเชียร์ทั้งสองทีมครับแต่มิลานออกแนวพันธุ์แท้บาร์ซ่าพันธุ์ทางมากกว่า)
ซึ่งสำหรับในตำแหน่งมิดฟิลเพลย์เมกเกอร์นั้น ผมให้ความสนใจไปที่เดยัน ซาวิเซนวิชมากกว่าไมเคิลเลาดรู๊ปเนื่องเพราะได้ดูมิลานบ่อยกว่า และนัดชิงที่ทั้งสองทีมเจอกันไมเคิลก็ไม่ได้ลงเล่นเสียด้วย(ไม่แน่ใจนะครับแต่คิดว่าไม่ได้ลง)
แล้วตอนเด็กนั้นตัวผมค่อนข้างชื่นชอบนักเตะในตำแหน่งศูนย์หน้ากับและกองหน้าตัวต่ำเป็นพิเศษดังนั้นจึงให้ความสนใจกับสตอยคอฟ หรือ บาจโจ้เป็นพิเศษ
แต่เอาเข้าจริงๆ บาร์ซ่ายุคดรีมทีมนักเตะที่สำคัญที่สุดในแนวรุกก็คือเขาคนนี้นี่แหละครับ
ถึงแม้ในช่วงจุดที่พีคสุดๆผมไม่ค่อยมีโอกาสได้ดูเขาคนนี้เล่นแต่กับ Ajaxซึ่งเป็นช่วงปลายอาชีพเขานั้นต้องบอกว่ายังสุดยอดเหมือนเดิม
ทำไมถึงเรียกว่าต้นตำหรับเพลย์เมกเกอร์
ไมเคิล เริ่มเล่นฟุตบอลในยุค กลางของปี 80 ซึ่งยุคนั้นมีมิเชล พลาตินี่ในสตาร์ดังคับโลก และทั่วทุกโลกต่างกล่าวขานว่าเขาคือต้นตำแบบของเพลเมกเกอร์ในยุค 80ถึงต้น90 แต่เจ้าตัวกับปฏิเสธแล้วบอกว่าคนที่น่าจะเรียกว่าเพลเมกเกอร์จริงๆคือไมเคิ่ลต่างหาก
ทั้งสองเคยเล่นร่วมกันในช่วงเวลาสั้นๆคือปี 85- 87 ในชุดม้าลายกระมัง
ซึ่งฟุตบอลโลกปี 86 นั้น ไมเคิ่ลได้ติดทีมยอดเยี่ยมของโลกหรือฟีฟ่าไปด้วย
แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของไมเคิ่ลคือ ปี 91-94 ต่างหาก ไมเคิลเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของการพาเดนมาร์กในยุคที่เรียกว่าถือว่าเป็นทีมที่สุดยอด(ขาดแต่กองหน้า) ทีมหนึ่งร่วมกับปีเตอร์ ชไมเคิ่ล และไบรอันน้องชายด้วยเช่นกัน
แต่ภาพที่คนติดตาไมเคิลที่สุดคือ เสื้อเบอร์ 14 และเบอร์ 9 ของบาร์เซโลน่าต่างหาก
หากจะเอ่ยถึงสไตล์การเล่นของไมเคิลให้แน่ชัดนั้นโดดเด่นที่สุดคือวิสัยทัศน์ในการทำเกม ซึ่งมิลเชลพลาตินี่ซึ่งถือว่ามีส่วนกับการปลุกปั้นไมเคิ่ลนั้นบอกว่า ไมเคิ่ลคือนักเตะที่มีพรสวรรค์และวิสัยทัศน์มากที่สุดตั้งแต่เคยมีมาเลยทีเดียว
ไมเคิ่ลเหมือนมีตาอยู่ทุกที่ในสนาม เขามองเห็นทุกสัดส่วนในสนาม นอกจากนี้ยังสามารถพาบอลไปได้กับตัวอย่างดีเยี่ยมแม้จะไม่รวดเร็ว แต่ดูแล้วเพลินตายิ่งนัก มีลูกผ่านที่เฉียบขาดและงดงาม โดยเฉพาะการชิพบอลให้เพื่อนร่วมทีมเข้าทำไมเคิ่ลถือเป็นอันดับหนึ่งในยุคนั้น
หากใครที่ดูราอูลเล่นบ่อยๆจะรู้เองว่าทักษะการชิพบอลของเขาได้มาจากไมเคิ่ลนั่นเอง onion10 onion10
นอกจากนี้เนื่องจากนิยมใส่ทั้งเบอร์ 14 และเบอร์ 9 แฟนๆจึงมักจะคิดถึงโยฮัน ครัฟฟ์ผู้เป็นโค้ชของเค้าเสมอ(ครัฟฟ์ใส่เบอร์ 14 ในช่วงต้นกับ Ajaxและฮอลแลนด์ แต่ใส่เบอร์ 9 ในช่วงอยู่บาร์เซโลน่าและช่วงปรายค้าแข้งกับAjax)
นอกจากทักษะการผ่านบอลและการเลี้ยงแล้ว ไมเคิ่ลยังมีจุดเด่นที่ลูกยิงไกล ที่หวังผลได้อย่างดีเยี่ยม
หากลูกยิงการหาตำแหน่งตลอดจนสเต็ปเท้าของ มาร์โก ฟาน บาสเท่น ได้รับการขนานเป็นเพชฌฆาตพรายกระซิบ
ลูกจ่ายอันยอดเยี่ยม วิสัยทัศในการสร้างสันและทักษะในการเลี้ยงบอลของไมเคิ่ล เลาดรู๊ปก็สมควรเรียว่า กระซิบพราย อีกทีเช่นกัน
หากเอ่ยให้ถูกสำหรับคนที่สงสัยในสไตล์การเล่นของเขา ผมขอเปรียบเทียบแล้วกัน สเต็บเท้าแพรวพราวเพลินตาเหมือนรุยคอสต้า เปี่ยมด้วยจินตนาการและการผ่านบอลที่ยอดเยี่ยมเหมือนเดนิส เบิร์กแคมป์ คล่องแคล่วไปกับบอลได้ดี(แต่ถึงกับจรวด)และมีความเฉียบขาดแน่นอนเหมือนริคาโด้ กาก้า
ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่หลายคนมักจะออกมายกย่องว่าเขาคือนักเตะ(ในตำแหน่งมิดฟิลเพลย์เมกเกอร์)ที่ดีที่สุดในยุคต้น 90 (แต่ถ้าเก่งสุดในยุคต้น90 ผมให้บาจโจ้ครับ)
นอกจากนี้ไมเคิลยังเป็นผู้เล่นที่สุภาพมากตลอดชีวิตการค้าแข้งของเขาไม่เคยได้รับใบแดงเลย
และยังมีน้องชายที่ยอดเยี่มอย่างไบรอันด้วยทั้งคู่อาจเป็นคู่พี่น้องที่ดีที่สุดของวงการฟุตบอลเลยทีเดียวเชียว
-------------------------------------------------------------------------------------
ความสำคัญต่อทีมในยุคบาร์เซโลน่ายุคดรีมทีม
บาร์ซ่าในยุคดรีมทีมที่มีโยฮัน ครัฟฟ์เป็นผู้จัดการทีมนั้น เล่นบอลด้วยระบบ 3-3-1-3 ซึ่งขอบอกว่าเป็นยุคที่ดรีมทีมจริงๆ และต้องเป็นดรีมทีมเท่านั้นที่จะเล่นแผนนี้ได้เพราะในระบบนี้มีกองหลังตัวกลางจริงๆแค่คนเดียว(อีกสองคนเป็นกึ่งวิงแบ็คกึ่งเซ็นเตอร์) มิหนำซ้ำกองหลังคนนั้นยังเป็นโรนัล คูมันผู้มีคติประจำใจคือเรื่องเกมรุกกับฟรีคิกต้องสุดยอด เกมรับตัวใครตัวมัน
ดังนั้นฟุตบอลในนิยามของครัฟฟ์ จึงเป็นพาสซ็อคเกอร์ และเพอร์เซ็นชั่นซ็อคเกอร์ หรือฟุตบอลที่เน้นการครอลโทรนบอลเป็นหลัก อันสืบเนื่องมากจากปรัชญาการเล่นที่บอกว่า "จงให้ลูกฟุตบอลวิ่ง แทนคนวิ่งเพราะบอลมันเหนื่อยไม่เป็น"
ซึ่งคนที่มีส่วนสำคัญที่สุดก็น่าจะเป็นไมเคิ่ล(ถึงแม้จะมีเป๊บคอยเก็บบอลอีกทีก็เถอะ)
ซึ่งตัวไมเคิ่ลนั้นเป็นคนที่ทำให้บาร์เซโลน่ามีทิศทาง ในการเข้าทำ และมีจ่ายบอลที่สวยงามหลากหลาย ฮริสโตสตอยคอฟ กับ โรมาริโอ ยิงประตุได้เป็นเข่งก็สืบเนื่องจาก ไมเคิ่ลและเป๊บนี่แหละครับ[82%ของลูกผ่านของไมเคิ่ลเป็นประตูทั้งสิ้น]
เนื่องจากความสำคัญดังกล่าวนั้นส่งผลเห็นชัดเจนที่สุดคือ เมื่อปี 1994 บาร์เซโลน่าเข้าชิงกับมิลาน ซึ่งหลายๆคนต่างฟันธงแน่นอนว่าบาร์ซ่าจะชนะเพราะมิลานชุดนั้นขาดสุดยอดปราการหลังอย่าง บาเรซี่และคอสตาคูต้า แต่ทุกคนกลับลืมคิดคำนึงไปว่าบาร์ซ่าก็ขาดสุดยอดมิดฟิลอย่างไมเคิ่ลด้วยเช่นกัน ผลจึงออกมาว่ามิลานชนะ 4-0 ซึ่งไม่แน่ว่าหากไมเคิลได้ลง ผลอาจออกมาเป็นอีกอย่างและคนที่ถูกจดจำอาจเป็นไมเคิ่ล เลาดรู๊ปแทน เดยัน ซาวิเชนวิชก็เป็นได้
-------------------------------------------------------------------------------------
คำยกย่องจากตำนานนักเตะและผลงานอันยอดเยี่ยมคงเส้นคงวา
ผลจากความคงเส้นคงว่าของไมเคิลนั้น ทำให้เขาได้รับโหวตว่าเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยใน รอบ 25 ปีของลาลีกา เลยทีเดียว (1974-1999)
ต่อไปนี้คือคำยกย่องต่างๆเกี่ยวตัวเขาจากบรรดายอดตำนานของลูกลูกหลัง
โรมาริโอ " เขาเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเล่นด้วยและผมให้เขาเป็นอันดับ 4 ผู้เล่นที่ดีที่สุดตลอดกาลเท่ากับซีดาน"
ราอูล : "เลาดรู๊ปเป้นผู้เล่นที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเล่นด้วย"(ปี 2006 ซึ่งขนาดนั้นเล่นกับซีดานแล้ว)
ครัฟฟ์ : " เขาเป็นผู้เล่นที่ทำงานด้วยยากที่สุด ไม่ใช่เพราะนิสัย แต่เป็นการยากที่จะรีดฟอร์ม 100 เปอร์เซ็นต์ของเขาออกมาได้จากปกติที่เขาทำได้ 80-90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นฟอร์มที่ดีที่สุดในโลกแบบไม่มีใครเทียบเคียงได้อยู่แล้ว"
พลาตินี่ : "ไมเคิลมีทุกสิ่งทุกอย่างยกเว้นการที่เขาไม่เห็นแก่ตัวเพียงพอ เขาเป็ผู้เล่นที่มีพรสวรรค์สูงสุดตลอดกาลของโลก แต่ไม่เคยอยู่ในฟอร์มสูงสุด"
กวาดิโอล่า: "เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้ ผมแทบไม่อยากเชื่อว่าเขาไม่ได้รางวัลส่วนตัวอะไรเลย"
เบ็คเค่นบราวน์ : "เปเล่ดีที่สุดในยุค 60 ครัฟฟ์ในยุค 70 มาราโดน่ายุค 80 และยุค 90 ต้องเป็นไมเคิล เลาดรู๊ป !!!
ซารามาโน่ : Un genio(อัจฉริยะ)เหตุผมที่ผมยิงประตุได้เยอะ(เล่นร่วมกันที่เรอัล และเป็นดาวซัลโว)คือไมเคิล เลาดรู๊ป
มาราโดน่า : หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดตั้งแต่มีมา
Clemente : นักเตะที่อัจฉริยะที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็นมา เขามักจะมองหาเพื่อนและสร้างโอกาสเสมอ
ครัฟฟ์ :(หลังจากบาร์ซ่าแพ้มาดริด 0-5 ซึ่งมีเลาดรู๊ปนำทัพ)ไมเคิลเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมมากราวกับว่าเป็นความฝันและเวทมนตร์ ผมมองไม่เห็นเลยว่าในโลกนี้มีนักเตะคนใดเล่นได้ใกล้เคียงกับเขา
Roberto Galia:ผมเคยเล่นกับมาราโดน่า พลาตินี่และ บาจโจ้ แต่ ผู้เล่นที่ผมคิดว่าสุดจะพรรณนาที่สุดคือ ไมเคิล เลาดรู๊ป
-----------------------------------------------------------------------------------
ผมเชื่อเหลือเกินว่าสำหรับบาร์เซโลน่าแล้ว อาจจะมีคนที่เก่งกว่า พิเศษกว่า แต่คงไม่มีใคร"ดีไปกว่า"ไมเคิล เลาดรู๊ป ในฐานะมิดฟิลเพลย์เมกเกอร์ และเจ้าของเสื้อเบอร์ 9 อีกแล้ว
ดังนั้นคำว่า ต้นตำหรับของเพลย์เมกเกอร์คงไม่เกินเลยไปสำหรับชายผู้นี้ ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงคิดเช่นนั้นเหมือนกันครับ
สำหรับต่างประเทศนั้นจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แฟนบอลนั้นยกย่องเขาเหนือกว่าซีเนอดีน ซีดานเสียอีกนะครับ
-------------------------------------------------------------------------------------
แถมคลิปเล็กน้อย
http://www.youtube.com/watch?v=tmLc9qjtZIg&feature=related
edit @ 15 Mar 2009 18:22:39 by สบายๆ